ประวัตินักฟุตบอล

ประวัติ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปราการหลังแชมป์โลก

ประวัติ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปราการหลังแชมป์โลก

ประวัตินักฟุตบอล ลิซานโดร มาร์ติเนซ

ข้อมูลส่วนตัว ลิซานโดร มาร์ติเนซ

ชื่อเต็ม : ลิซานโดร มาร์ติเนซ ( Lisandro Martinez ) 

เกิด : 18 มกราคม 1998, กัวเลกาย, อาร์เจนตินา

อายุ : 24 ปี

ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองหลัง

     ในโลกของวงการฟุตนั้นได้มีผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังอย่างมากมายแต่ทว่าในยุคนี้ปราการหลังที่มีสไตล์การเล่นที่ดุดันและไม่เหมือนใครจนได้ ฉายาเดอะบุชเชอร์ ซึ่งกองหลังคนนั้นก็ึงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ลิซานโดร มาร์ติเนซ ผู้เล่นที่มีอารมณ์ร่วมกับเกมการแข่งขันฟุตบอลอย่างมากที่สุดคนหนึ่งวันนี้เราจะมาเจาะประวัติของเขากันว่าผู้เล่นคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรจนได้ก้าวมาถึงจุดนี้ได้

ชีวิตในวัยเด็กของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ

     โดยเด็กชายตัวน้อยที่มีนามว่า ลิซานโดร มาร์ติเนซ ได้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2541 ที่เมืองกัวเลกวย ประเทศอาร์เจนตินา ด้วยความที่ว่าตัวของ มาร์ติเนซ นั้นชื่นชอบในการเล่นกีฬาตั้งแต่อายุเขายังน้อย การที่เขาเติบโตขึ้นในประเทศอาร์เจนตินา การที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งเล่นกีฬาฟุตบอลทุกวันถือว่าเป็นเรื่องปกติอย่างมากตัวของเขาเล่น กีฬาฟุตบอล ทุกครั้งที่มีเขาโอกาสไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนในละแวกใกล้เคียงหรือจัดการแข่งขันกับทีมในท้องถิ่น

     ด้วยที่ว่าในวัยเด็ก มาร์ติเนซ นั้นชื่นชอบการเล่นกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เขาจึงมีความใฝ่ฝันที่จะเล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดให้ได้ในนักวัน เขามีไอดอลของ ตำนานนักบอลอาร์เจนตินา อย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ดิเอโก มาราโดนา และ ลิโอเนล เมสซี ตัวของมาติเนซได้ศึกษาเรื่องราวความสำเร็จของพวกเขาและเก็บมันมาเป็นแรงบันดาลใจให้เขาทำงานหนักและมุ่งมั่นเพื่อความยิ่งใหญ่ เขารู้ว่าการจะบรรลุความฝันได้นั้น เขาจึงอุทิศตนให้กับการเล่นกีฬาอย่างมากที่สุด

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่การเล่นฟุตบอลของมาร์ติเนซ

ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังแชมป์โลก

     อย่างที่เราว่ากันว่าถ้าเราชอบอะไรเราจะใฝ่หาแต่สิ่งนั้นซึ่งความมุ่งมั่นในการเล่นฟุตบอลของ มาร์ติเนซได้เห็นผลเมื่อเขาได้รับความสนใจจากสโมสรฟุตบอล นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาร์เจนตินาที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและจุดเด่นของสโฒสรนี้ก็คือการปั้น นักเตะเยาวชน ที่มีพรสวรรค์ หลักสูตรการเทรนต์เยาวชนของสโมสรแห่งนี้ถือว่ามีความเป็นระบบและพัฒนานักฟุตบอลได้เป็นอย่างดีเพราะว่าทางทีมงานของสโมสรได้จัดเตรียมเวทีให้เขาได้แสดงทักษะความสามารถและพัฒนาต่อไปในฐานะ ผู้เล่นคนสำคัญของทีม โดยภายใต้การแนะนำของโค้ชมากประสบการณ์จึงทำให้ มาร์ติเนซ ประสบความสำเร็จและสร้างสรรค์เกมฟุตบอลที่สวยงามมาตลอดเวลา

     ความสามารถของ มาร์ติเนซ นั้นเด่นชัดกว่าเพิ่มร่วมรุ่นคนอื่นๆ จึงทำให้เขาได้รับความสนใจจากโค้ชของทีมชุดใหญ่จนกระทั้งในปี 2018 เขาเปิดตัวทีมชุดใหญ่ให้กับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ซึ่งการได้ขึ้นมาเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญในอาชีพฟุตบอลของเขา ถึงแม้ว่า มาร์ติเนซ จะเป็นผู้เล่นที่อายุยังน้อยแต่ทว่าฟอร์มในสนามของเขานั้น ไม่มีความตื่นเต้นต่อสถาการณ์ที่คับขันเลยเขาแสดงความเป็นผู้ใหญ่ที่เกินตัวด้วยจึงทำให้เขาได้รับ ฉายาเดอะบุชเชอร์ ด้วยผลงานที่ดีขนาดนี้จึงทำให้ที่ทีมใหญ่จากยุโรปอย่างทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เข้ามาให้ความสนใจเขาและดึงเขาไปร่วมทัพในที่สุด

การก้าวเข้าสู่เวทียุโรปของมาร์ติเนซ

     เมื่อปี 2019 มาร์ติเนซ ได้เข้าร่วมกับทีม อาแจ็กซ์อัมสเตอร์ดัม ตัวของเขายังคงสร้างความประทับใจได้อย่างต่อเนื่องด้วยการลงเล่นที่สม่ำเสมอเขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างรวดเร็วในฐานะปราการหลังคนสำคัญของทีม ความเก่งกาจของเขาไม่เพียงแต่เรื่องใช้ร่างกายเท่านั้นเขายังใช้สมองเล่นบอลอีกด้วยตัวของ เดอะบุชเชอร์ เขามีความเข้าใจใน แท็คติกของเกมฟุตบอล ความสามารถของเขาในการอ่านเกมที่เฉียบขาด การเข้าสกัดกั้นจังหวะสำคัญ และเปิดเกมรุกจากแดนหลัง สิ่งนี้ทำให้เขาได้เพิ่มมิติใหม่ให้กับเกมบุกของ อาแจ็กซ์ เป็นอย่างมากเขาได้รับคำชมจากเหล่าแฟนคลับของทีม โค้ชและนักวิจารณ์  จึงทำให้เขาเป็นนักเตะที่ทีมไม่สามารถขาดไปได้เลย 

     ช่วงเวลาของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ค้าแข้งอยู่ที่ สโมสรฟุตบอลอาแจ็กซ์ นั้นเป็นอะไรที่น่าประทับใจไม่น้อยเลยนับตั้งแต่วันแรกที่เขามาถึงสโมสร เขาได้สร้างผลกระทบที่สำคัญ แสดงให้เห็นความสามารถในเกมรับของเขา ความกล้าหาญในการเล่นเกมรุกและการที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เมื่อเวลาของเขามาถึงอดีตนายเก่าของเขาอย่าง เอริค เทน ฮาก ที่ได้ย้ายเข้าไปเป็นกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งเห็นถึงความสำคัญของปราการหลังรายนี้และดึงเขาไปร่วมทีมในที่สุด

โรงละครแห่งความฝันของชายที่ชื่อว่ามาร์ติเนซ

มาร์ติเนซ กองหลังตัวเก่งแมนยูไนเต็ด

     อย่างที่เรารู้กันดีว่าสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงกุนซืออยู่บ่อยครั้งและในคราวนี้ก็เป็นคิวของ เอริค เทน ฮาก ที่ได้ก้าวขึ้นมาคุมปีศาจแดงชุดใหญ่ เมื่อเขาเข้ามาถึงเขาเล็งเห็นว่าปราการหลังของ ปีศาจแดง มีปํญหาอย่างหนักเพราะว่า แฮรี่ แม็กไกวร์ กัปตันของทีมในขณะนั้นเล่นแบบกล้าๆกลัว ไม่มีความมั่นใจไม่สามารถพาบอลออกมาจากแนวหลังได้ ด้วยเหตุการณืนี้เอง เทนฮาก จึงตัดสินใจที่จะดึงตัวของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เข้ามาร่วมทัพเพื่อแก้ปัญหาตรงนั้น

     ในช่วงแรกที่ มาร์ติเนซ ได้เข้ามาอยู่ในทีมได้มีเสียงวิพากวิจารณ์มากมายว่า เซ็นเตอร์แบ็คแมนยู ตัวแค่นี้หรอจะสามารถป้องกันทีมได้ ฟุตบอลอังกฤษ ไม่ได้ง่ายเหมือนกับที่อื่นนะแต่ทว่า มาร์ติเนซ ไม่สนใจเสียงคำพูดเหล่านั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาเล่นและทุ่มเทกับทีมให้มากที่สุดสุดท้ายแล้วเขาก็สามารถอุดปากพวกนักวิจารณ์นี้ได้ด้วยผลงานของเขาที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตานัดไหนที่ มาร์ติเนซ ไม่ได้ลงเล่นบอกได้เลยว่า ปีศาจแดง ต้องเจอปัญญากับเกมรับแทบทุกเกม การเข้ามาของเขาได้เปลี่ยนแปลงเกมรับของ ผีแดง ไปตลอดกาล

ผลงานกับทีมชาติของมาร์ติเนซ

มาร์ติเนซ กองหลังแชมป์โลกของ อาร์เจนติน่า

     เมื่อเราพูดถึงผลงานในระดับทีมชาติของ มาร์ติเนซ ผลงานของเขาไม่ได้น้อยกว่าปราการหลังชื่อดังคนอื่นๆเลยเพราะว่าใน ฟุตบอลโลก ที่ประเทศกาตาร์ เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าขนาดร่างกายของเขาไม่ได้เป็นผลต่อการเล่นฟุตบอลในฐานะ นักเตะอาร์เจนติน่า เลยแม้แต่น้อยความทุ่มเทของเขาในทุกๆนัด ไม่ว่าจะเป็นการสกัดบอลจังหวะสำคัญ การจัดจังหวะการเล่นจากแดนหลัง หรือการโหม่งแบบเซฟประตู สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ ทีมฟ้าขาว สามารถคว้าชัยชนะในศึกการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ได้ นับว่าเป็นความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเลยเพราะว่าตำนานของทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี ก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตการค้าแข้งกว่าจะคว้ารางวัลนี้มาครองได้แต่ เดอะบุชเชอร์ ทำได้ตั้งแจ่อายุเพียงยังน้อยเท่านั้น

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม :: ประวัตินักฟุตบอล